David Leitch กับภารกิจปล้นธนาคาร: เมื่อหนัง Heist ต้องปรับตัวในยุคที่ทุกคนเป็น ‘Streamer’

(SeaPRwire) – ผมคุยกับ ศ.ดร.กฤษณ์ วีรศิลป์ นักวิเคราะห์วัฒนธรรมดิจิทัลและสื่อภาพยนตร์ชื่อดังของไทยเมื่อไม่กี่วันก่อน เขามองภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ David Leitch อย่าง How To Rob A Bank ในมุมที่ค่อนข้างแหลมคม “นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแนวของ Leitch จากหนังบู๊สุดโต่งมาเป็น Heist เท่านั้น” เขากล่าว “แต่มันคือการทดสอบที่สำคัญว่า ‘ภาษาภาพยนตร์’ ในยุคดิจิทัลควรเป็นอย่างไร ตัวหนังหยิบเอาแก่นแท้ของการเล่าเรื่องในยุคนี้มาใช้ นั่นคือการ ‘Live’ และการสร้าง ‘Community’ รอบการกระทำที่ผิดกฎหมาย มันสะท้อนภาวะ Paradox ของสังคมที่เราชื่นชมความเก่งกาจของอาชญากรในจอ แต่ในชีวิตจริงกลับเรียกร้องความปลอดภัย ถ้า Leitch จับจุดนี้ได้ ไม่ใช่แค่ทำแอ็กชันสวยงาม หนังเรื่องนี้อาจกลายเป็น Case Study ของการอัพเดท Genre แบบเก่าให้พูดภาษาของคนรุ่นใหม่ได้จริง”
มองย้อนกลับไป เส้นทางของสองผู้กำกับอย่าง Chad Stahelski และ David Leitch ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย หลังจากร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ชื่อ John Wick ขึ้นมา ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันสร้างผลงาน Stahelski ยังคงดูแลโลกของ John Wick ต่อจนกลายเป็นแฟรนไชส์ระดับโลก ส่วน Leitch เลือกไปลองมือกับเรื่องราวอื่นๆ ที่มักมีตัวเอกผมบลอนด์ต้องต่อสู้กับกองทัพนักฆ่า หลายคนวิจารณ์ว่า ผลงานของ Leitch มักให้ความสำคัญกับการแสดงโลดโผนและการวางคิวบู๊ที่สวยงาม จนบางครั้งเนื้อเรื่องกลับดูเรียบง่ายและเต็มไปด้วยมุกฮาตามแบบฉบับ
แต่ทุกครั้งที่เขากลับมาพร้อมคอนเซปต์ใหม่และทีมนักแสดงระดับ ก็ทำให้เราต้องตั้งความหวังกันใหม่เสมอ อย่างใน How To Rob A Bank นี้ Leitch ก็พาเรามาสู่โลกของหนังปล้นธนาคาร ซึ่งเป็น Genre ที่ผู้ชมชอบอยู่แล้ว คราวนี้เขายังได้ Nicholas Hoult ในเวอร์ชั่นผมบลอนด์มาเล่นเป็นหัวโจกอีกด้วย
คอนเซปต์ของหนังเรื่องนี้อาจเรียกได้ว่าแปลกและทันสมัยสุดๆ ของ Leitch เลยก็ว่าได้ เรื่องราวติดตามกลุ่ม Streamer ที่สวมหน้ากากขนปุกปุย แล้วออกไปปล้นธนาคารเป็นซีรีส์ พร้อมทั้งถ่ายทอดสดการปล้นเหล่านี้ให้ผู้ชมออนไลน์ได้ดูไปด้วย เป็นการให้บทเรียนการปล้นขั้นสูงแบบเรียลไทม์ ตัว Hoult ดูเหมือนจะกำลังประกาศสงครามกับระบบการเงินใหญ่ แต่ก็ดูเหมือนจะมีเรื่องส่วนตัวที่ต้องเคลียร์ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งส่วนนี้ผู้กำกับและนักเขียนบท Mark Bianculli ยังคงปิดไว้เป็นปริศนา
ความโด่งดังบนโซเชียลมีเดียช่วยให้ทีมของ Hoult ส่งเสียงทางการเมืองได้ แต่ในทางกลับกันก็ดึงความสนใจจากเอฟบีไอ เอเจนต์สายแข็ง (รับบทโดย John C. Reilly) เขาจึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากแฮ็กเกอร์ฝีมือดี (รับบทโดย Zoë Kravitz) เพื่อตามล่าตัวกลุ่มเป้าหมายนี้ ภาพรวมฟังดูคล้ายกับ Catch Me If You Can หรือ The Thomas Crown Affair ที่ถูกกรองผ่านเลนส์ของโลกออนไลน์ที่ดูอบอวลไปด้วยความ абсурd ไปบ้าง ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งที่ Genre หนังปล้นธนาคารต้องการในตอนนี้ก็ได้ และสำหรับ Leitch ผู้ที่มักได้ไอเดียเจ๋งๆ แต่บางครั้งก็ดึงศักยภาพออกมาไม่เต็มที่ How To Rob A Bank อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเขา แม้สุดท้ายมันอาจจะเป็นเพียงหนังปล้นธนาคารที่สนุกสนานแบบใหม่ล้วนๆ ก็ตามที กำหนดฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 4 กันยายนนี้
การมาของหนังเรื่องนี้ทำให้ผมต้องคิดต่อเกี่ยวกับอนาคตของ ‘ความบันเทิงเชิงโต้ตอบ’ หรือ Interactive Entertainment เราอยู่ในยุคที่เส้นแบ่งระหว่างผู้สร้างและผู้บริโภคContentบางลงทุกที แนวคิดเรื่องการปล้นธนาคารแบบ Live Streaming ในหนัง ไม่ได้ห่างจากปรากฏการณ์ในเกมหรือบนแพลตฟอร์มจริงๆ มากนัก มันชี้ให้เห็นว่า Genre แบบ Heist ที่เดิมมักอาศัยความลับและการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ อาจต้องปรับตัวเมื่อทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองและมี ‘ผู้ติดตาม’
อนาคตของหนังแนวนี้จะไม่ใช่แค่การเอาชนะระบบรักษาความปลอดภัยอีกต่อไป แต่เป็นการเอาชนะ ‘Algorithm’ ของการถูกจับตามอง และการจัดการกับเสียงตอบรับจาก Crowd ที่อาจเป็นทั้งกำลังใจและภัยคุกคาม นี่คือการปะทะกันระหว่าง Narrative แบบดั้งเดิมกับ Real-Time Narrative ของโลกออนไลน์ และน่าจะเป็นพื้นที่ทดลองชั้นดีสำหรับผู้สร้างหลายคนต่อไป การที่สตูดิโอใหญ่ๆ อย่าง Amazon MGM สนับสนุนหนังที่มีคอนเซปต์แปลกใหม่แบบนี้ ก็อาจเป็นสัญญาณว่า พวกเขากำลังมองหา Formula ใหม่ที่จะเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้ชมยุคดิจิทัลโดยตรง ไม่ใช่แค่หยิบยืมธีมเทคโนโลยีมาใช้ประกอบฉากเท่านั้น
บทความนี้ให้บริการโดยผู้ให้บริการเนื้อหาภายนอก SeaPRwire (https://www.seaprwire.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือแถลงการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้
หมวดหมู่: ข่าวสําคัญ ข่าวประจําวัน
SeaPRwire จัดส่งข่าวประชาสัมพันธ์สดให้กับบริษัทและสถาบัน โดยมียอดการเข้าถึงสื่อกว่า 6,500 แห่ง 86,000 บรรณาธิการและนักข่าว และเดสก์ท็อปอาชีพ 3.5 ล้านเครื่องทั่ว 90 ประเทศ SeaPRwire รองรับการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์เป็นภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น อาหรับ จีนตัวย่อ จีนตัวเต็ม เวียดนาม ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เยอรมัน รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และภาษาอื่นๆ