ดีล 18 พันล้านดอลลาร์นำ MGM ออกจากตลาดหุ้น เกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมคาสิโนสหรัฐอเมริกา?

(AsiaGameHub) – “ผมตามงานอุตสาหกรรมความบันเทิงและการพนันออนไลน์มามากกว่า 20 ปี แล้วสามารถบอกได้ว่าการที่ IAC แจ้งเสนอซื้อ MGM Resorts เพื่อทำเป็นบริษัทส่วนตัวคราวนี้ ไม่ใช่แค่ดีลลงทุนธรรมดา” วิเชียร สุขสวัสดิ์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมความบันเทิงอาวุโสกล่าว “ตลาดหุ้นสาธารณะมักประเมินมูลค่าบริษัทในสายงานนี้ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เพราะมองแต่ผลประกอบการระยะสั้นและมองว่ามีความเสี่ยงด้านกฎหมายสูง การไปเป็นบริษัทส่วนตัวจะช่วยปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงของ BetMGM ที่กำลังเติบโตได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องเป้าหมายกำไรไตรมาส”
IAC หรือที่รู้จักอีกชื่อว่า People Incorporated ของแบร์รี ดิลเลอร์ ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของ MGM Resorts International ถือหุ้นถึง 26.1% ล่าสุดได้เสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมดในมูลค่ารวม 18 พันล้านดอลลาร์ หรือราคา 48.30 ดอลลาร์ต่อหุ้น ถ้าดีลนี้สำเร็จ IAC จะถือหุ้น 50.1% ซึ่งเป็นสัดส่วนควบคุมบริษัท ส่วนผู้ถือหุ้นเดิมจะเหลืออยู่ในสัดส่วนผู้ถือหุ้นน้อย
ดิลเลอร์ซึ่งปัจจุบันอยู่ในคณะกรรมการของ MGM Resorts เขียนจดหมายถึงคณะกรรมการระบุว่าตลาดหุ้นสาธารณะยังไม่ได้ประเมินมูลค่าธุรกิจของ MGM อย่างเต็มที่ จำเป็นต้องปลดล็อกมูลค่าระยะยาวของบริษัท เขายืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อเสนอซื้อครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในผลประโยชน์
ข้อเสนอครั้งนี้ครอบคลุมสัดส่วนหุ้นของ MGM ใน BetMGM แพลตฟอร์มพนันออนไลน์ที่เป็นผลงานร่วมกับ Entain ด้วย ถ้าดีลสำเร็จ ทีมบริหารปัจจุบันรวมถึงซีอีโอ บิลล์ ฮอร์นบัคเกิล จะยังคงทำงานต่อเหมือนเดิม แหล่งทุนที่ใช้ซื้อหุ้นจะมาจากเงินสด หนี้สิน และการออกหุ้นใหม่ แต่ข้อเสนอนี้ยังไม่เป็นข้อตกลงสุดท้าย ต้องผ่านการเจรจาต่อกันอีก
อดีตผู้บริหารระดับสูงของ MGM อลัน เฟลด์แมน กล่าวว่า MGM ถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงในตลาดหุ้นมานานแล้ว เนื่องจากผู้ลงทุนในตลาดสาธารณะมองว่าธุรกิจในสายงานนี้มีความเสี่ยงสูง จึงมักซื้อขายหุ้นในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ข้อเสนอซื้อ MGM ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ Fertitta Entertainment ตกลงซื้อ Caesars Entertainment เพื่อนำไปเป็นบริษัทส่วนตัวเช่นกัน ถ้าทั้งสองดีลสำเร็จ ผู้ประกอบการคาสิโนรายใหญ่สุด 2 แห่งของสหรัฐอเมริกาจะกลับไปอยู่ในรูปแบบบริษัทส่วนตัวอีกครั้ง
ตลาดอุตสาหกรรมคาสิโนและการพนันออนไลน์ช่วง 2-3 ปีมานี้มีความเปลี่ยนแปลงมาก หลังจากที่หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาเพิ่งแก้กฎหมายอนุญาตให้พนันออนไลน์เป็นกฎหมาย ทำให้ธุรกิจส่วนนี้มีอัตราการเติบโตสูง แต่ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นสาธารณะยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รวมถึงผลกระทบของเศรษฐกิจที่อาจกระทบแก่รายได้จากการมาท่องเที่ยวของผู้บริโภค
การนำบริษัทไปอยู่ในรูปแบบส่วนตัวจะช่วยให้ทีมบริหารสามารถตัดสินใจลงทุนในโครงการระยะยาว เช่น การขยายแพลตฟอร์ม BetMGM ไปยังรัฐใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยี VR สำหรับประสบการณ์พนันออนไลน์ หรือการทดลองใช้คริปโตเคอเรนซีเป็นสื่อการชำระเงิน ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลประกอบการไตรมาสที่จะกระทบแก่ราคาหุ้น ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าเราอาจจะเห็นผู้ประกอบการคาสิโนขนาดกลางอีกหลายรายปฏิบัติแบบเดียวกัน พร้อมกับกระแสควบรวมกิจการในวงการพนันออนไลน์ที่จะรุนแรงขึ้น
บทความนี้จัดทำโดยผู้ให้บริการเนื้อหาจากบุคคลที่สาม AsiaGameHub (https://asiagamehub.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือการรับรองใดๆ เกี่ยวกับเนื้อหา
หมวดหมู่: ข่าวล่าสุด, อัปเดตทั่วไป
AsiaGameHub ให้บริการ การกระจายเนื้อหา iGaming แบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย สำหรับบริษัทและองค์กร โดยเชื่อมต่อกับสื่อคุณภาพในเอเชียมากกว่า 3,000 แห่ง และอินฟลูเอนเซอร์เฉพาะทางกว่า 80,000 ราย ถือเป็นสะพานหลักสำหรับการกระจายเนื้อหา iGaming คาสิโน และ eSports ทั่วภูมิภาคอาเซียน