รีดภาษีหรือผลักลงใต้ดิน? เจาะลึกแผน EU เล็งเก็บค่าตงพนันออนไลน์ 3% ที่อาจกลายเป็นดาบสองคม

(AsiaGameHub) – เมื่อไม่นานมานี้มีประเด็นร้อนในแวดวงนโยบายดิจิทัลฝั่งยุโรปที่น่าสนใจมากครับ เมื่อสหภาพยุโรปกำลังปัดฝุ่นแผนการหาเงินเข้ากระเป๋าด้วยการเล็งเก็บภาษีแพลตฟอร์มพนันออนไลน์เพิ่มอีก 3% หวังโกยเงินเข้าระบบกว่า 1.33 หมื่นล้านยูโรในอีก 7 ปีข้างหน้า
เรื่องนี้ สมเกียรติ อนันต์วรการ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ได้ให้มุมมองที่เฉียบคมกับเราว่า ความพยายามของ EU ในครั้งนี้สะท้อนถึงภาวะตึงตัวของงบประมาณส่วนกลางอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาพยายามหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ โดยไม่ต้องไปแบมือขอเงินเพิ่มจากประเทศสมาชิก แต่การเลือกเก็บภาษีซ้ำซ้อนบนโลกไซเบอร์แบบนี้กำลังเล่นกับไฟ เพราะโมเดลธุรกิจดิจิทัลนั้นย้ายฐานหนีง่ายกว่าที่คิด และการผลักภาระให้ผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมายอาจกลายเป็นการเปิดประตูต้อนรับเว็บเถื่อนนอกระบบให้เติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ในที่สุด
หากเจาะลึกไปที่รายละเอียดของแผนงาน คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้จัดเก็บภาษีในอัตรา 3% จากรายได้ขั้นต้น (Gross Revenue) ของผู้ให้บริการพนันออนไลน์ทั่วยุโรป ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้เข้าสู่งบประมาณกลางของ EU ราว 1.9 พันล้านยูโรต่อปี ในช่วงแผนงบประมาณปี 2028 ถึง 2034 ทว่าตัวเลขคาดการณ์รวมที่ 1.33 หมื่นล้านยูโรนี้ กลับน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของยอดที่ Victor Negrescu สมาชิกรัฐสภายุโรปเคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2.8 หมื่นล้านยูโร
นอกจากภาษีพนันออนไลน์แล้ว EU ยังมองหาแหล่งรายได้อื่นควบคู่กันไปด้วย เช่น ภาษีขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าจะทำเงินได้ 1.5 หมื่นล้านยูโร และการปรับปรุงภาษียาสูบอีก 1.12 หมื่นล้านยูโร ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีพนันออนไลน์ยังเป็นอำนาจของแต่ละประเทศสมาชิก แต่ข้อเสนอนี้ต้องการเปลี่ยนให้เป็นภาษีระดับบล็อกเพื่อส่งรายได้ตรงเข้าสู่กองทุนกลางของ EU โดยไม่ต้องเพิ่มเงินสมทบจากรัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งแน่นอนว่าแผนการนี้ยังต้องผ่านด่านการอนุมัติจากประเทศสมาชิกและกระบวนการนิติบัญญัติอันซับซ้อนของ EU อีกหลายขั้นตอน
แน่นอนว่าฝั่งอุตสาหกรรมย่อมไม่อยู่เฉย ทางด้านสมาคมเกมและการพนันแห่งยุโรป หรือ EGBA ออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงว่าข้อเสนอนี้ไม่มีทางนำไปปฏิบัติจริงได้ โดย Maarten Haijer เลขาธิการทั่วไปของ EGBA ชี้ว่าผู้ให้บริการที่จดทะเบียนถูกต้องในยุโรปต้องแบกรับภาษีในระดับประเทศสูงกว่า 50% ของรายได้สุทธิอยู่แล้ว การซ้ำเติมด้วยภาษีใหม่อีก 3% จะยิ่งทำลายขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันให้ผู้เล่นหันไปพึ่งพาแพลตฟอร์มผิดกฎหมายที่ไม่เสียภาษีแทน
เมื่อมองภาพกว้างในเชิงวิเคราะห์ ปรากฏการณ์นี้สะท้อนเทรนด์ใหญ่ที่น่าจับตาในโลกเทคโนโลยี นั่นคือการที่รัฐบาลทั่วโลกเริ่มมองเศรษฐกิจสีเทาบนโลกดิจิทัลเป็นขุมทรัพย์ทางภาษีใหม่เพื่อชดเชยรายจ่ายสาธารณะที่พุ่งสูงขึ้น แต่สิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายมักมองข้ามคือธรรมชาติของโลกอินเทอร์เน็ตที่ไร้พรมแดน การตั้งกำแพงภาษีที่สูงเกินไปในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เคยช่วยลดจำนวนผู้เล่นลงได้จริง มีแต่จะทำให้เม็ดเงินไหลลงสู่ใต้ดินอย่างรวดเร็ว
ในอนาคตอันใกล้ หากมาตรการนี้ผ่านการเห็นชอบ เราอาจได้เห็นการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม iGaming ของยุโรป เนื่องจากผู้ประกอบการรายย่อยจะไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่ซ้ำซ้อนนี้ได้ไหว ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่จะหันไปลงทุนในเทคโนโลยีการบล็อกทางภูมิศาสตร์ (Geo-blocking) และระบบยืนยันตัวตนที่เข้มงวดขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงพื้นที่ภาษีสูง สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเติบโตของเว็บพนันไร้ใบอนุญาตที่ใช้คริปโทเคอร์เรนซีในการทำธุรกรรม ซึ่งจะทำให้การควบคุมดูแลและการคุ้มครองผู้บริโภคของ EU กลายเป็นอัมพาตไปโดยปริยาย บทเรียนนี้ชี้ให้เห็นว่า การรีดภาษีจากเศรษฐกิจดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยความสมดุลระหว่างการสร้างรายได้ของรัฐกับการรักษาเสถียรภาพของระบบนิเวศธุรกิจ ไม่เช่นนั้น ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่คุ้มเสียเลยแม้แต่น้อย
บทความนี้จัดทำโดยผู้ให้บริการเนื้อหาจากบุคคลที่สาม AsiaGameHub (https://asiagamehub.com/) ไม่ได้ให้การรับประกันหรือการรับรองใดๆ เกี่ยวกับเนื้อหา
หมวดหมู่: ข่าวล่าสุด, อัปเดตทั่วไป
AsiaGameHub ให้บริการ การกระจายเนื้อหา iGaming แบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย สำหรับบริษัทและองค์กร โดยเชื่อมต่อกับสื่อคุณภาพในเอเชียมากกว่า 3,000 แห่ง และอินฟลูเอนเซอร์เฉพาะทางกว่า 80,000 ราย ถือเป็นสะพานหลักสำหรับการกระจายเนื้อหา iGaming คาสิโน และ eSports ทั่วภูมิภาคอาเซียน